จะเป็นยังไงเมื่อเมืองเริ่มมุ่งสร้างความพึงพอใจ

246

ก่อนหน้าที่ผ่านมาจะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่สบอารมณ์ของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมางต่อรัฐบาล


รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องข้อโต้แย้งกับ อูเบอร์แล้วก็เอ็งร็บคาร์ ที่ส่งผลให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินรถจักรยานยนต์อยู่เป็นประจำและไม่ได้รับการโต้ตอบดังที่พึงพอใจมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าในตอนของบรรยากาศที่จะต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจสามัญชนแล้วก็หลีกเลี่ยงความแตกร้าวนั้น เริ่มมีแบบอย่างพื้นที่การ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถจักรยานยนต์รับจ้าง

ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ออกคำสั่งให้ กระทรวงพลังงาน แล้วก็กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง รวมทั้งการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันแสวงหาวิถีทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกหลักการกฎเกณฑ์ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง

แต่ว่าหนทางที่จะใช้ ตอนท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันหนังออนไลน์ ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง

แม้กระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นต้องเป็นคนที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และก็เป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองเพียงแค่นั้น ซึ่งเมืองจะกระทำการช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีรถจักรยานยนต์รับจ้างจากทั่วทั้งประเทศอยู่ที่ราวๆ สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ รวมทั้งยังจำเป็นต้องคอยผ่านกรรมวิธีอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ด้านในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองชักชวนร่วมให้มาเข้าแผนการอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยยิ่งไปกว่านั้นในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีท่วงท่าแรงกล้าที่อยากร่วมประมูลแผนการลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าเป็นอย่างมากเป็นจุดหมายสำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมมือในเรื่องพวกนี้

แค่นี้ยังไม่เพียงพอ ตอนนี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถหว่านล้อม ให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย ดังเช่นว่า การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวโยงกับการขับรถประจำทางจำพวกอื่นๆที่แต่ก่อนแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละประมาณ2,500 ล้านบาท

แล้วก็แน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาทางอุดหนุนพสกนิกรอยู่ตลอดโดยยิ่งไปกว่านั้นการเข้าถึงฐานรากเสียงในระดับรากต้นหญ้าและก็พลเมืองทั่วๆไป ซึ่งก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ประกอบกิจการห้องอาหาร รวมทั้งผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อจำกัดจำกัดไว้แม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบโดยประมาณในการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกรับภาระสูงอยู่ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาวิถีทางลดหย่อนภาระหน้าที่ของตัวเองในหนทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยพื้นที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกรับภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่าเช่นไรเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีองค์ประกอบการมีหุ้นส่วน ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่จำนวนมากหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ใช้ว่าจะง่ายได้ทั้งหมดทั้งปวง

อย่างไรก็ดีจำต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งทำงานช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบธุรกิจรถประจำทางรับจ้าง เริ่มที่จักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับรวมทั้งความตรึงใจต่อเมืองมากมายเท่าใด