จะเป็นเยี่ยงไรเมื่อเมืองเริ่มมุ่งสร้างความชอบใจ

120

ก่อนหน้าที่ผ่านมาจะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่ชอบใจของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ วินรถจักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมาง


ต่อรัฐบาล รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องข้อโต้เถียงกับ อูเบอร์และก็มึงร็บคาร์ ที่ส่งผลให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินรถมอเตอร์ไซค์อยู่เป็นประจำและไม่ได้รับการโต้ตอบจากที่พึงพอใจมากสักเท่าไรนัก แต่ทว่าในตอนของบรรยากาศที่จำเป็นต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจสามัญชนรวมทั้งหลีกเลี่ยงการผิดใจนั้น เริ่มมีต้นแบบที่ดินการ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้ออกคำสั่งให้ กระทรวงพลังงาน แล้วก็กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วก็การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันแสวงหาทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแนวนโยบายกฎระเบียบ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง

แต่วิถีทางที่จะใช้ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง

ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นควรเป็นคนที่ขึ้นบัญชีกับกรมการขนส่งทางบก และก็เป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองเพียงแค่นั้น ซึ่งเมืองจะกระทำช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีรถเครื่องรับจ้างจากทั่วทั้งประเทศอยู่ที่ราวๆ สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ และก็ยังจำเป็นต้องคอยผ่านแนวทางการอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ข้างในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองเชื้อเชิญร่วมให้มาเข้าแผนการอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยยิ่งไปกว่านั้นในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีท่าทางแรงกล้าที่ปรารถนาร่วมประมูลแผนการลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าอย่างมากมายเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมมือในเรื่องกลุ่มนี้

มันยังไม่ใช่แค่นี้ ในตอนนี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถชักพา ให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการขับรถประจำทางจำพวกอื่นๆที่แรกเริ่มแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละราว2,500 ล้านบาท

รวมทั้งแน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาหนทางอุดหนุนราษฎรอยู่เป็นประจำโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงพื้นฐานเสียงในระดับรากต้นหญ้าแล้วก็พสกนิกรทั่วๆไป ซึ่งก็คือการเกื้อกูลผู้ประกอบธุรกิจห้องอาหาร และก็ผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อแม้จำกัดไว้แต่ว่าเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบโดยประมาณในการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกรับภาระสูงอยู่เช่นเดียวกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาหนทางลดหย่อนภาระหน้าที่ของตนเองในทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกรับภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยพื้นที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกรับภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่าเช่นไรเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่เข้าใจกันดีอยู่แล้วว่ามีองค์ประกอบการมีหุ้นส่วน ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่ล้นหลามหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับเพื่อการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ใช่ง่ายได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็แล้วแต่จำต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งทำงานช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบกิจการรถเมล์รับจ้าง เริ่มที่จักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับแล้วก็ความซาบซึ้งต่อเมืองมากมายเท่าใด