จะเป็นเยี่ยงไรเมื่อเมืองเริ่มมุ่งสร้างความพึงพอใจ

193

ก่อนหน้าที่ผ่านมาจะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่ชอบใจของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมางต่อรัฐบาล


รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องข้อโต้เถียงกับ อูเบอร์รวมทั้งมึงร็บคาร์ ที่ทำให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินรถมอเตอร์ไซค์อยู่ตลอดและไม่ได้รับการโต้ตอบดังที่พึงพอใจมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าในตอนของบรรยากาศที่จะต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจราษฎรแล้วก็หลีกเลี่ยงความหมองใจนั้น เริ่มมีแบบที่ดินการ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้สั่งให้ กระทรวงพลังงาน แล้วก็กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วก็การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันค้นหาหนทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแนวนโยบายหลักเกณฑ์ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพรถจักรยานยนต์รับจ้าง

แต่ทางที่จะใช้ สุดท้ายก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง

แม้กระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นต้องเป็นคนที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก แล้วก็เป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองเพียงแค่นั้น ซึ่งเมืองจะกระทำการช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีรถจักรยานยนต์รับจ้างจากทั้งประเทศอยู่ที่ราว สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ แล้วก็ยังจะต้องคอยผ่านวิธีการอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ข้างในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองชักชวนร่วมให้มาเข้าโครงงานอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีท่าทางแรงกล้าที่ปรารถนาร่วมประมูลแผนการลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าอย่างใหญ่โตเป็นวัตถุประสงค์สำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมมือในเรื่องกลุ่มนี้

แค่นี้ไม่พอ ในเวลานี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถชักจูง ให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย เป็นต้นว่า การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวกับการขับรถประจำทางชนิดอื่นๆที่แต่เดิมแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละประมาณ2,500 ล้านบาท

และก็แน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาทางอุดหนุนประชากรอยู่ตลอดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าถึงฐานรากเสียงในระดับรากต้นหญ้าแล้วก็ประชากรทั่วๆไป มันก็คือการเกื้อกูลผู้ประกอบธุรกิจห้องอาหาร รวมทั้งผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อจำกัดจำกัดไว้แม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบราวในการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกภาระสูงอยู่ด้วยเหมือนกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาหนทางลดหย่อนภาระหน้าที่ของตัวเองในหนทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยพื้นที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกรับภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่ายังไงเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีองค์ประกอบการมีหุ้นส่วน ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่มากไม่น้อยเลยทีเดียวหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ได้ง่ายได้ทั้งสิ้น

อย่างไรก็แล้วแต่จะต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งปฏิบัติงานช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบธุรกิจรถประจำทางรับจ้าง เริ่มที่จักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับและก็ความตรึงใจต่อเมืองมากมายเท่าใด