จะเป็นยังไงเมื่อเมืองเริ่มมุ่งสร้างความชอบใจ

213

ก่อนหน้านี้จะมองเห็นได้ว่าบรรยากาศความไม่ชอบใจของบรรดาเหล่าผู้ประกอบอาชีพ วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้างนั้นจะมีกรณีหลายสาเหตุที่สร้างความรู้สึกบาดหมางต่อรัฐบาล


รวมทั้งยังมีกรณีเรื่องข้อโต้แย้งกับ อูเบอร์แล้วก็เอ็งร็บคาร์ ที่ก่อให้เกิดคำเรียกร้อง ผ่านการรวมตัวรวมกันของวินรถมอเตอร์ไซค์อยู่เป็นประจำและไม่ได้รับการโต้ตอบจากที่พึงพอใจมากสักเท่าไรนัก แต่ว่าในตอนของบรรยากาศที่จำเป็นต้องรีบหาคะแนนเสียงซื้อใจประชากรรวมทั้งหลีกเลี่ยงความผิดใจกันนั้น เริ่มมีต้นแบบที่ดินการ ส่งสัญญาณเข้าพบเข้าช่วย วินรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง

ซึ่งปัจจุบันนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ได้สั่งให้ กระทรวงพลังงาน และก็กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง แล้วก็การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย มาร่วมกันค้นหาวิถีทางกับกระทรวงการคลัง เพื่อออกแนวนโยบายกฎระเบียบ ช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบอาชีพจักรยานยนต์รับจ้าง

แต่ทว่าทางที่จะใช้ ในที่สุดก็หนีไม่พ้นที่จะออกมาในลักษณะของการอุ้ม ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ให้แก่เหล่าบรรดารถยนต์มอเตอร์ไซด์รับจ้างนั่นเอง

ถึงกระนั้นก็ตาม ผู้ประกอบอาชีพรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ที่กำลังจะได้รับการอุดหนุนราคาน้ำมันนั้นควรเป็นคนที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก และก็เป็นผู้ถือบัตรผลประโยชน์ที่เมืองแค่นั้น ซึ่งเมืองจะทำช่วยอุดหนุนน้ำมันในอัตราลิตรละ 3 บาทต่อลิตร ซึ่งจากผลของการประเมินพบว่าจะมีจักรยานยนต์รับจ้างจากทั้งประเทศอยู่ที่ราว สองถึงสามแสนคันที่ได้รับโควต้านี้ แล้วก็ยังจำเป็นต้องรอคอยผ่านวิธีการอนุมัติ ซึ่งคาดว่าน่าจะมีผลบังคับใช้ข้างในตอนปลายปีนี้ ซึ่งแนวโน้มที่ข้างต่างๆที่เมืองชักชวนร่วมให้มาเข้าโครงงานอุดหนุนน้ำมันในคราวนี้ย่อมส่อแววว่า จะร่วมมืออย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้างของ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยซึ่งมีท่าทางแรงกล้าที่อยากได้ร่วมประมูลแผนการลงทุนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 ท่าอากาศยานที่มีมูลค่าเป็นอย่างมากเป็นจุดมุ่งหมายสำคัญที่ยากจะไม่ยอมรับความร่วมแรงร่วมใจในเรื่องกลุ่มนี้

แค่นี้ไม่พอ เวลานี้เมืองยังมีแต้มต่อที่ส่อว่าจะสามารถชักพา ให้ข้างต่างๆร่วมมือในเรื่องอื่นๆได้อีกด้วย ดังเช่นว่า การอุดหนุนผู้ประกอบอาชีพขับขี่รถแท็กซี่ แล้วก็ผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวพันกับการขับรถประจำทางชนิดอื่นๆที่แต่ก่อนแล้วทาง การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจำต้องแบกภาระอยู่แล้วในงบประมาณถึงปีละราว2,500 ล้านบาท

รวมทั้งแน่ๆว่าเรื่องที่เมืองต้องหาทางอุดหนุนพสกนิกรอยู่ตลอดโดยยิ่งไปกว่านั้นการเข้าถึงพื้นฐานเสียงในระดับรากต้นหญ้าและก็พสกนิกรทั่วๆไป ซึ่งก็คือการช่วยเหลือเกื้อกูลผู้ประกอบธุรกิจห้องอาหาร รวมทั้งผู้ใช้ครอบครัวต่างๆที่มีการใช้ ก๊าซปิโตรเลียมเหลวซึ่งแม้ว่าจะยังคงข้อแม้จำกัดไว้แม้กระนั้นเฉพาะคนที่มีรายได้น้อยก็ตาม แต่งบราวในการตรึงราคานั้นยังคงมีตัวเลขของการแบกแบกภาระสูงอยู่เหมือนกัน ซึ่งทาง ปตท เองก็มีการหาหนทางผ่อนผันภาระหน้าที่ของตนเองในทางที่เรียกร้องให้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เข้ามามีส่วนร่วมช่วยแบ่งแบกภาระในอัตราที่ 2 บาทต่อลิตร โดยพื้นที่การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยจะเหลือการแบกรับภาระอยู่ที่ 1 บาทต่อลิตร ซึ่งไม่ว่ายังไงเสีย การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย เองนั้นเป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่ามีส่วนประกอบการมีหุ้น ของผู้มีอำนาจในประเทศอยู่เยอะแยะหลายราย การใช้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยเป็นผู้มีหน้าที่หลักสำหรับในการช่วยเหลือเมืองบางทีอาจไม่ได้ง่ายได้ทั้งหมดทั้งปวง

อย่างไรก็ดีจะต้องรอติดตามกันถัดไปว่านโยบายใหม่ต่างๆที่เมืองกำลังมุ่งจัดการช่วยเหลือบรรดาผู้ประกอบกิจการรถเมล์รับจ้าง เริ่มที่จักรยานยนต์รับจ้างนั้นจะได้รับผลตอบรับและก็ความซาบซึ้งต่อเมืองมากมายเท่าใด